บ้านหน้าแคบลึกที่ดูกว้าง

บ้านหน้าแคบลึกที่ดูกว้าง

บ้านหน้าแคบลึกที่ดูกว้าง

บ้านหน้าแคบลึกที่ดูกว้าง

บ้านหน้าแคบลึกที่ดูกว้าง หากคุณเป็นเจ้าของที่ดินรูปร่างแบบเส้นก๋วยเตี๋ยว จะสร้างความน่าสนใจภายในไซต์ที่หน้าแคบลึกยาวกว่าปกติได้อย่างไร ถ้าเป็นบ้านหลังอื่นอาจจะคิดหนัก แต่บ้านหลังนี้ในออสเตรเลียออกแบบโดย CplusC สามารถแก้โจทย์ได้ง่ายๆ แม้ว่าจะมีอุปสรรคที่ความยาวของที่ดิน ที่ทำให้ช่วงกลางบ้านขาดแสงได้

และยังปราศจากมุมมองเพราะถูกล้อมรอบด้วยโกดังสองแห่ง นั่นคือความท้าทายในการปรับปรุงบ้านสไตล์วิคตอเรียนติดถนนสองหน้าใน McMahon’s Point ซิดนีย์ ที่ชวนให้เราต้องแวะไปดูว่าการออกแบบบ้านที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดให้น่าอยู่สุด ๆ นั้นทำได้จริง

สถาปนิก CplusC ได้แรงบันดาลใจในการปรับปรุงและต่อเติมบ้านนี้ จากสองแนวคิดที่แปลกสักหน่อย คือ geode หรือโพรงของผลึกที่ระยิบระยับอยู่ภายในหิน และเส้น zigzag รวมออกมาเป็นบ้านที่ภายนอกดูถ่อมตัวง่ายๆ ตามสไตล์บ้านคลาสสิค แล้วค่อยๆ เผยให้เห็นพื้นที่ภายในที่สูงตระหง่านและเข้าถึงได้ง่ายทุกจุด (แต่จะมองไม่เห็นจากภายนอก) และเต็มไปด้วยการตกแต่งแพทเทิร์นวัสดุเส้นลายซิกแซกที่ทำให้บ้านมีมิติแปลกตา คลิ๊กที่นี่

บ้านหน้าแคบลึกที่ดูกว้าง

จากหน้าบ้านเก่าจะมีทางเดินเล็ก ๆ เข้ามาด้านข้าง การย้ายทางเข้าจากด้านหน้าไปด้านข้างของอาคารช่วยให้เข้าถึงพื้นที่ใช้สอยด้านหลังได้ทันทีเพื่อสร้างความประทับใจแรกพบ เมื่อเปิดประตูเข้าสูภายใน ZZ Top House แล้วยากที่จะบอกว่าตอนนี้คุณอยู่ข้างในบ้านหรือข้างนอกบ้านกันแน่ เราจะเห็นการออกแบบที่กลับด้านทำให้มุมมองสับสน

เพราะนักออกแบบเจตนาในการนำเอาบรรยากาศแบบกลางแจ้งเข้ามาเก็บไว้ข้างใน ตรงโซน living room ที่เต็มไปด้วยแสงธรรมชาติส่องเข้ามาทาง skylightเพื่อสร้างโลกภายในที่เหมือนกำลังใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านช่วงเช้ามารวมตัวกันทานอาหารท่ามกลางแสงธรรมชาติ แล้วเพลิดเพลินไปกับภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ฉายแสงบนกำแพงโกดังขนาดใหญ่ในตอนกลางคืน

พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่จะมีห้องครัวและห้องรับประทานอาหาร เน้นความโปร่งสบายด้วยแปลนแบบ โถงสูงสองชั้นแบบ Double Volume ที่มีคานไม้พาดผ่านผนังด้านหนึ่งก่อด้วยอิฐเก่าให้ความรู้สึกชิดใกล้ธรรมชาติปนอบอุ่นแบบคลาสสิค พื้นบ้านมีลูกเล่นที่ชวนให้จดจำกับการใช้วัสดุไม้ปูเป็นแนวทแยงแบ่งกับอิฐแพทเทิร์นลายก้างปลาที่ต่อลงมาถึงสเต็ปบันได ซึ่งลดลงหนึ่งระดับสู่ห้องนั่งเล่นที่จะเปลี่ยนจากบ้านไหลลงไปยังสวน โดยไม่มีผนังแบ่งห้องมาเป็นอุปสรรคใด ๆ

บานเกล็ดวางแนวซิกแซกและช่องรับแสงสูง 3.8 เมตรอันโดดเด่น เปิดรับแสงและภายนอกสู่โลกแห่งความลับอันสวยงาม มิติของแสงและเงาที่ปรับให้เข้ากับฤดูกาลและช่วงเวลาของวัน เหมือนจังหวะของหีบเพลงที่บีบอัดสร้างสำเนียงดนตรีที่ไพเราะ ร้านอาหารยอดฮิตในภูเก็ต

ออกแบบบ้านหน้าแคบ

การออกแบบบ้านได้ขจัดความรู้สึกของการอยู่ในบ้านด้วยการใช้ช่องเปิดขนาดใหญ่ และกระจกในบริเวณกว้าง เพื่อเชิญชวนให้ภายนอกเข้ามาภายในแบบ outside in- inside out ผสมผสานกับพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางเพื่อสร้างความรู้สึกที่เบาและเปิดกว้างเหมือนอยู่ข้างนอก แบบไม่ต้องกังวลเรื่องแดดและฝน ในขณะเดียวกันก็มีการกรองแสงธรรมชาติภายนอกอาคารด้วยร่มเงาของต้นไม้ การจัดให้มีต้นไม้ในทุกจุดของบ้านยังเชื่อมโยงคน บ้าน เข้ากับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนเป็นผืนเดียว

ด้วยความที่พื้นที่ดินค่อนข้างลึกยาวหลายเมตร หากทำตัวอาคารยาวๆ จะมีปัญหาเรื่องแสงที่ขาดหายช่วงกลางอาคาร แต่ไม่ใช่กับที่นี่ เพราะนอกจากจะเพิ่ม skylight ให้แสงเข้ามาในบ้านจากด้านบนโดยตรงแล้ว สถาปนิกยังใส่ช่องว่างเปิดออกสู่ท้องฟ้าช่วงกลางอาคาร ให้เป็นพื้นที่รับแสงและดักลม กระจายความสดชื่นจากธรรมชาติให้เข้าสู่พื้นที่บ้านด้านหน้าและอาคารที่เหลือทางด้านหลัง ปัญหาเรื่องแสงและการระบายอากาศก็หมดไปในทันที

แนวคิดในการออกแบบบ้านใหม่ ๆ มักจะดึงให้ธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาคารแบบ outside in -inside out ทำให้บรรยากาศในการอยู่อาศัยสบาย ขณะที่อยู่ในบ้านแต่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกของความเป็นกลางแจ้ง เพราะจะมีช่องแสง skylight รับแสงเข้ามาจากด้านบน ช่องเปิดกว้าง มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบของบ้าน ทำให้บ้านมีชีวิตชีวาลดทอนความแข็งกระด้างสิ่งก่อสร้างไปด้วยในตัว

ออกแบบบ้านหน้าแคบ

ออกแบบบ้านหน้าแคบ

วิถีการสร้างบ้านในเขตชุมชนเมือง นิยมบ้านลักษณะหน้าแคบ แต่ลึก เนื่องด้วยราคาที่ดินในเมืองมีราคาสูงมาก การแบ่งซอยพื้นที่เล็ก ๆ จึงสามารถขายได้ง่ายกว่าที่ดินผืนใหญ่ ปัจจุบันเราจึงเห็นบ้านลักษณะทาวน์โฮม ทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้านเดี่ยวที่สร้างบนที่ดินแคบ ๆ จำนวนมาก ซึ่งหากย้อนดูสถาปัตยกรรมยุคเก่าจะเห็นได้ว่า บ้านลักษณะหน้าแคบแต่ลึกจะเป็นบ้านที่ถูกปิดทึบด้วยผนังทั้ง 2 ด้าน ส่งผลให้การใช้ชีวิตภายในบ้านรู้สึกอึดอัด คับแคบ จำเป็นต้องเปิดไฟตลอดทั้งวัน และยากยิ่งที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ

ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปมาก ความต้องการดื่มด่ำกับธรรมชาติ สายลม แสงแดด มีมากขึ้น ประจวบกับเทคโนโลยี นวัตกรรมวัสดุ และงานสถาปัตยกรรมได้มีการพัฒนามากขึ้น รูปแบบบ้านหน้าแคบจึงได้มีการพัฒนาฟังก์ชันใหม่ ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับบ้านหน้าแคบได้อย่างสมบูรณ์ จะมีแนวทางใดให้ประยุกต์ใช้กันบ้าง อ่านรายละเอียดกันได้เลย

จุดสำคัญของความรู้สึกอึดอัดที่เกิดขึ้นในบ้านหน้าแคบ คือการถูกปิดทึบด้วยผนังทั้ง 2 ด้าน วิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่ดีที่สุด คือการออกแบบบ้านให้สามารถรับแสงสว่างจากธรรมชาติได้ พร้อมกับออกแบบให้มีผนังเปิดโปร่ง แต่การเปิดโปร่งแบบทั่วไปนั้นทำได้ยาก เนื่องด้วย พรบ.ควบคุมอาคารได้กำหนดระยะร่นอาคาร ซึ่งหากออกแบบให้เปิดโปร่ง จะต้องเว้นระยะร่นด้านดังกล่าว 2 เมตรขึ้นไป ซึ่งส่งผลให้พื้นที่ ที่แคบอยู่แล้ว ยิ่งเหลือน้อยลงยิ่งกว่าเดิม ทั้ง 5 แนวทางนี้จึงเป็นการแก้ปัญหาไปพร้อม ๆ กับการทำตามกฎหมายควบคุมอาคารครับ

1. ยอมสละพื้นที่ใช้สอยอีก 50 เซนติเมตร

ตามกฎหมายระยะร่นของไทย อนุญาตให้สามารถร่นระยะอาคารได้น้อยสุดที่ 50 เซนติเมตร โดยบริเวณดังกล่าวจะต้องออกแบบในลักษณะผนังทึบ กรณีออกแบบโปร่ง มีช่องแสง ช่องลม จำเป็นต้องร่นระยะอาคาร 2 เมตรขึ้นไป การออกแบบบ้านในที่ดินหน้าแคบส่วนใหญ่จึงออกแบบในลักษณะกล่องสี่เหลี่ยม ปิดทึบด้านข้างทั้งสองด้าน ซึ่งส่งผลให้ภายในบ้านมืด อับแสง

เมื่อวิเคราะห์จากข้อกฎหมายระยะร่นแล้ว การกำหนดระยะร่นจะอิงตามด้านขนายของขอบที่ดินในด้านนั้น ๆ แต่ไม่รวมถึงการเปิดช่องแสงในด้านตั้งฉาก ดังตัวอย่างในภาพประกอบนี้ ผังห้องที่ติดกำแพง จะต้นเว้นระยะร่นอย่างน้อย 50 เซ็นติเมตร แต่ผนังที่หันไปทางหน้าบ้านจะไม่ได้อิงจากขอบที่ดินด้านขวามือ จึงสามารถเปิดช่องแสงได้ โดยผู้ออกแบบอาจจะเว้นระยะร่นในบางส่วนเพิ่มขึ้นอีก 50 เซนติเมตร เพื่อเว้นพื้นที่ไว้สำหรับทำช่องแสง ช่องหน้าต่าง เพียงเท่านี้ก็สามารถเปิดรับแสงให้ห้องดังกล่าวได้แล้วครับ

2. สวนนอกบ้านพื้นที่ไม่พอ งั้นยกมาไว้ข้างในเลย

สำหรับที่ดินแคบ ๆ ในตัวเมือง หากต้องเว้นพื้นที่ไว้เพื่อการจัดสวน จะเหลือพื้นที่ให้สร้างบ้านลดน้อยลงมาก แต่นั่นอาจไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญนัก เพราะจุดหลักของการสร้างบ้านในเมืองที่วุ่นวาย การมีสวนหน้าบ้านนั้นแทบจะไม่ได้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว และไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ การออกแบบสวนไว้ในบ้าน

หรือที่นิยมเรียกกันว่า “คอร์ทในบ้าน” เป็นอีกแนวทางที่สามารถเติมเต็มธรรมชาติมาไว้ภายในบ้านได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว ปลอดภัย และบ้านยังได้รับแสงสว่างแม้ผนังบ้านจะปิดทึบก็ตาม

สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการจัดสวนภายในบ้าน คือการเลือกพันธุ์ไม้ที่ใบร่วงน้อย กินน้ำน้อย และต้องมั่นใจได้ว่า เราสามารถดูแลสิ่งเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นภาระในการดูแลบ้านครับ หรือหากที่ดินของใคร มีลักษณะแคบ แต่ลึก การทำสวนส่วนตัวไว้หลังบ้าน นับเป็นอีกไอเดียที่เหมาะสำหรับบ้านหน้าแคบเลย

ออกแบบบ้านหน้าแคบ

3. เปิดผนังติดระยะร่น งั้นเปิดหลังคาแทนซิ

การรับแสงสว่างตามความเคยชินในการออกแบบบ้านทั่วไป นิยมรับผ่านทางช่องแสงผนังกระจก ช่องหน้าต่าง จนอาจลืมไปว่า ด้านบนหรือหลังคาบ้านก็สามารถรับแสงสว่างได้ การทำหลังคา Sky Light ในตำแหน่งที่ต้องการแสง จึงสามารถเปลี่ยนบ้านหน้าแคบของเราให้ดูโปร่งกว้างได้อย่างน่าอัศจรรย์

เทคนิคนี้สถาปนิกนิยมนำมาใช้ร่วมกับ โถงบันได ทางเดิน ห้องน้ำกึ่ง Outdoor หรือแม้แต่ภายในห้องนอนก็สามารถใช้เทคนิคเหล่านี้ได้ครับ จุดที่ต้องระวังเป็นอย่างมากสำหรับการทำหลังคา Sky Light ในประเทศไทย จำเป็นต้องเลือกกระจกที่สามารถป้องกันแสง UV และกันความร้อนได้ เพื่อให้บ้านได้รับแสงสว่าง แต่ไม่นำพาความร้อน

4. โปร่ง แต่ก็ยังปลอดภัยและเป็นส่วนตัว

สำหรับพื้นที่บางส่วนที่สามารถเว้นระยะร่นได้ เช่น หน้าบ้าน หลังบ้าน การออกแบบให้โปร่ง รับแสงตลอดทั้งวัน จำเป็นต้องออกแบบด้วยวัสดุกระจก แต่นั่นอาจส่งผลให้ความเป็นส่วนตัวหายไป และอาจส่งผลด้านการอยู่อาศัยที่ไม่ปลอดภัยนัก แต่หากจะทำเหล็กดัดก็อาจส่งผลให้บ้านสวยกลายเป็นบ้านโบราณไปในพริบตา

ปัญหาดังกล่าวแก้ไขได้ไม่ยากครับ เพียงออกแบบเปลือกอาคารภายนอกด้วย facade ที่สวยงาม หรือเลือกใช้ระแนง, บล็อกคอนกรีตที่แข็งแรงมาปิดกั้นความเป็นส่วนตัว พร้อมกับออกแบบประตูกระจกบานเลื่อน ซึ่งทำหน้าที่เสมือนกระจกบานใหญ่ ในวันที่อากาศดี ๆ สามารถเปิดรับลมธรรมชาติได้อย่างผ่อนคลาย ในขณะเดียวกัน สามารถเปิดทิ้งไว้ได้ตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยออกแบบบ้าน

ออกแบบบ้านหน้าแคบ

5. เลือกชิดด้านใด ด้านหนึ่ง

บ้านเดี่ยวทั่วไปที่มีขนาดที่ดินประมาณ 15-20 เมตร นิยมวางผังบ้านไว้บริเวณกึ่งกลางที่ดิน พร้อมกับเว้นระยะร่นด้านละ 2 เมตร ตามกฎหมายกำหนด แต่สำหรับที่ดินหน้าแคบ การเว้นระยะร่นในลักษณะดังกล่าวย่อมส่งผลให้ไม่เหลือพื้นที่ก่อสร้าง เช่น ที่ดินขนาด 10 เมตร เมื่อเว้นระยะร่นแล้วจะเหลือพื้นที่สร้างอาคารเพียง 6 เมตรเท่านั้น

การเลือกเว้นด้านใด ด้านหนึ่ง เพื่อใช้เป็นพื้นที่สวน พื้นที่โปร่ง พร้อมกับออกแบบให้พื้นที่ฝั่งตรงข้ามเป็นลักษณะผนังทึบ เพื่อสามารถเว้นระยะร่นด้านข้างเพียง 50 เซนติเมตร วิธีการนี้จะช่วยทำให้เกิดพื้นที่ว่างนอกอาคารมากขึ้น ใช้งานจริงได้ดีกว่าเดิม

ส่วนภายในด้านผนังทึบ เหมาะกับออกแบบไว้เป็นพื้นที่บันได โดยบ้านหน้าแคบจะเหมาะกับการออกแบบบันไดตรง ขึ้นลงตามแนวลึก หรือใช้สำหรับห้องน้ำ ห้องเก็บของ ยิ่งหากผนังด้านดังกล่าวอยู่ฝั่งทิศตะวันตกหรือทิศใต้ จะยิ่งเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะจะช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้ดีอีกด้วย